ยอดขายแรกของธุรกิจอาจสร้างความตื่นเต้น แต่ตัวเลขที่เจ้าของมองข้ามในวันแรก อาจกลายเป็นปัญหาก้อนใหญ่เมื่อธุรกิจเริ่มโต
บัญชี SME Startup ต้องทำอะไรบ้าง? 10 เรื่องที่ธุรกิจใหม่ควรจัดระบบตั้งแต่เริ่ม
ธุรกิจใหม่มักเริ่มจากคำถามว่า “จะขายอย่างไรให้มีลูกค้า” แต่เมื่อยอดขายเริ่มเข้ามา คำถามอีกชุดจะตามทันทีว่า เงินที่เข้าคือรายได้ทั้งหมดหรือไม่ ค่าใช้จ่ายอะไรต้องเก็บเอกสาร VAT เกี่ยวข้องเมื่อไร และสุดท้ายแล้วกิจการมีกำไรจริงเท่าไร
บัญชีสำหรับ SME และ Startup จึงไม่ควรถูกมองเป็นงานที่ค่อยทำตอนสิ้นปี เพราะข้อมูลบัญชีที่จัดไว้ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เจ้าของเห็นสถานะธุรกิจได้เร็วขึ้น และลดภาระการย้อนตามเอกสารเมื่อจำนวนรายการเพิ่มขึ้น
ธุรกิจไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยระบบที่ใหญ่หรือซับซ้อน แต่ควรเริ่มด้วยระบบที่ตอบได้ว่า เงินมาจากไหน จ่ายไปกับอะไร เอกสารอยู่ที่ใด และตัวเลขที่เห็นสามารถตรวจสอบกลับไปถึงรายการจริงได้หรือไม่
.jpg)
เพิ่งเปิดบริษัท และยังไม่แน่ใจว่าบัญชีกับภาษีต้องเริ่มจากตรงไหน?
สำนักงานบัญชี พีทูพีช่วยดูงานบัญชีรายเดือนและจัดระบบเอกสารสำหรับบริษัท SME และธุรกิจที่กำลังเริ่มต้น
โทร 097-236-2994LINE: p2paccบัญชี SME Startup สำคัญอย่างไร
ช่วงเริ่มต้นเจ้าของมักมองเห็นเงินจากยอดขายเป็นหลัก แต่การบริหารธุรกิจต้องรู้มากกว่านั้น เช่น ต้นทุน ค่าใช้จ่าย เงินค้างรับ เงินที่ต้องจ่าย และภาระที่จะเกิดในเดือนถัดไป
ข้อมูลบัญชีที่จัดอย่างต่อเนื่องช่วยให้เจ้าของเปรียบเทียบผลของแต่ละเดือนและตั้งคำถามได้เร็วขึ้นว่า ยอดขายเพิ่มแต่กำไรเพิ่มตามหรือไม่ ต้นทุนส่วนไหนสูงขึ้น และเงินสดเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายรอบต่อไปหรือไม่
หากธุรกิจเป็นบริษัทและต้องการผู้ดูแลต่อเนื่อง สามารถดูบริการรับทำบัญชีรายเดือนเพิ่มเติม
1. แยกเงินของธุรกิจออกจากเงินของเจ้าของ
ธุรกิจใหม่หลายแห่งเริ่มจากเจ้าของเป็นคนรับเงิน จ่ายเงิน และสำรองเงินเองทั้งหมด จึงเกิดปัญหาว่าเงินในบัญชีส่วนใดเป็นเงินของกิจการ และส่วนใดเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ควรกำหนดบัญชีรับ–จ่ายของธุรกิจให้ชัด รวมถึงบันทึกเงินที่เจ้าของนำเข้ามาใช้ในกิจการและเงินที่นำออกไปอย่างมีหลักฐาน เพื่อไม่ให้ยอดเงินกับผลประกอบการปะปนกัน
2. วางระบบบัญชีให้พอดีกับขนาดธุรกิจ
Startup ที่มีรายการไม่มากอาจยังไม่ต้องมีระบบซับซ้อน แต่ต้องมีขั้นตอนพื้นฐานว่าใครรับเงิน ใครอนุมัติจ่าย เอกสารส่งเมื่อไร และใครเป็นผู้ตรวจสอบ
ผู้ประกอบการที่ต้องการคำแนะนำช่วงเริ่มต้นสามารถอ่านที่ปรึกษาบัญชีธุรกิจเริ่มต้นเพิ่มเติม
3. บันทึกรายรับรายจ่ายให้ต่อเนื่อง
ข้อมูลพื้นฐานที่ทุกธุรกิจควรมีคือยอดขาย ต้นทุน ค่าใช้จ่าย และเงินสด เพราะเป็นจุดเริ่มต้นในการมองผลการดำเนินงาน
ไม่ควรรอให้ผ่านไปหลายเดือนแล้วจึงย้อนดู Statement เพราะรายการบางส่วนอาจไม่มีรายละเอียดเพียงพอให้ระบุว่าเป็นค่าอะไรหรือเป็นของลูกค้ารายใด
เริ่มต้นได้จากวิธีทำบัญชีรายรับรายจ่าย
.jpg)
4. เก็บเอกสารให้เป็นระบบตั้งแต่ใบแรก
เมื่อกิจการยังเล็ก เอกสารอาจมีเพียงไม่กี่ใบ แต่เมื่อจำนวนลูกค้าและผู้ขายเพิ่มขึ้น จะมีทั้งใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หลักฐานโอน สัญญา และเอกสารอื่นจำนวนมาก
ควรกำหนดให้ชัดว่าเอกสารแต่ละประเภทจัดเก็บที่ไหน ใครรับผิดชอบ และส่งให้นักบัญชีเมื่อไร สามารถดูเอกสารทำบัญชีมีอะไรบ้างเพิ่มเติม
5. รู้ต้นทุนจริงก่อนดูว่าธุรกิจกำไร
ยอดขายสูงไม่ได้แปลว่ากำไรสูงเสมอไป ธุรกิจต้องรวมต้นทุนสินค้า วัตถุดิบ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา ค่าธรรมเนียม ระบบ Software ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายอื่นที่ใช้ในการสร้างรายได้
หากธุรกิจไม่แยกต้นทุนตั้งแต่ต้น เจ้าของอาจตั้งราคาต่ำเกินไปหรือทำโปรโมชั่นโดยไม่รู้ว่ากำไรต่อรายการลดลงมากเพียงใด
6. ตรวจเรื่อง VAT ก่อนธุรกิจโตถึงเกณฑ์
SME ไม่ได้อยู่ในสถานะ VAT เหมือนกันทุกกิจการ ต้องพิจารณาทั้งลักษณะการขายสินค้าหรือให้บริการ รายรับ และกิจการที่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย
หลักทั่วไปสำหรับกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT คือควรติดตามรายรับสะสม และเตรียมระบบเอกสารก่อนถึงเกณฑ์ที่ต้องจดทะเบียน ไม่ควรรอจนยอดเกินแล้วจึงเริ่มวางระบบ
อ่านพื้นฐานได้ที่ภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร
ธุรกิจโตเร็วเป็นเรื่องดี แต่ระบบบัญชีต้องโตตามให้ทัน
หากยอดขาย รายการ และเอกสารเพิ่มขึ้นทุกเดือน ควรจัดระบบก่อนข้อมูลสะสมจนต้องย้อนแก้ทั้งปี
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc7. เข้าใจภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่ปีแรก
หาก SME หรือ Startup จัดตั้งในรูปบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะมีหน้าที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมาย โดยกรมสรรพากรมีแบบ ภ.ง.ด.51 สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี และ ภ.ง.ด.50 สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นข้อมูลบัญชีระหว่างปีจึงสำคัญ ไม่ควรรอใกล้ครบกำหนดแล้วค่อยพยายามรวบรวมยอดทั้งหมดในครั้งเดียว
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ภ.ง.ด.51 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี
8. เตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการยื่นภาษี
การยื่นแบบจะง่ายขึ้นเมื่อรายได้ ค่าใช้จ่าย ภาษี และเอกสารได้รับการตรวจระหว่างเดือน เพราะตัวเลขแต่ละส่วนสามารถย้อนกลับไปตรวจหลักฐานได้
สำหรับนิติบุคคลสามารถศึกษาการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลออนไลน์เพิ่มเติม
9. อย่ามองนักบัญชีเป็นเพียงคนยื่นภาษี
นักบัญชีที่ดูแลธุรกิจควรช่วยตรวจความครบถ้วนของข้อมูล ตั้งคำถามเมื่อรายการผิดปกติ แจ้งเอกสารที่ขาด และทำให้เจ้าของเข้าใจสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นกับกิจการ
ข้อมูลบัญชีที่ดีควรนำไปใช้ได้มากกว่าการยื่นแบบ เช่น ดูต้นทุน ลูกหนี้ เจ้าหนี้ เงินสด และผลการดำเนินงาน
อ่านต่อได้ที่นักบัญชีมืออาชีพควรมีคุณสมบัติอะไร
10. วางระบบก่อนจำนวนรายการเพิ่ม
เมื่อธุรกิจมีพนักงานหลายคน หลายช่องทางขาย สต๊อก หรือหลายคนเกี่ยวข้องกับการรับ–จ่าย วิธีทำงานที่ใช้ตอนเริ่มต้นอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ควรกำหนด Workflow ว่าใครขอซื้อ ใครอนุมัติ ใครรับของ ใครจ่ายเงิน และเอกสารส่งบัญชีอย่างไร เพื่อให้การควบคุมภายในเติบโตไปพร้อมกับยอดขาย
ดูแนวทางได้ที่บริการรับวางระบบบัญชี
.jpg)
ตัวเลขที่ SME ควรดูทุกเดือน
- ยอดขาย
- ต้นทุนขายหรือต้นทุนบริการ
- ค่าใช้จ่ายหลัก
- ลูกหนี้คงเหลือ
- เจ้าหนี้ที่ต้องชำระ
- สินค้าคงเหลือ ถ้ามี
- เงินสดและเงินฝากธนาคาร
- ภาระภาษีที่ต้องเตรียม
- กำไรหรือขาดทุนโดยประมาณ
ยอดขายโต แต่เงินสดไม่โต เกิดอะไรขึ้น
ธุรกิจสามารถขายดีแต่เงินสดลดลงได้ เช่น ให้เครดิตลูกค้านานขึ้น ซื้อสต๊อกเพิ่ม ลงทุนอุปกรณ์ หรือมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายก่อนเก็บเงินจากลูกค้า
จึงควรดูทั้งกำไรและกระแสเงินสดควบคู่กัน หากต้องการวิเคราะห์ต่อสามารถอ่านที่ปรึกษาการเงินธุรกิจ
SME Startup ควรใช้โปรแกรมบัญชีตั้งแต่เมื่อไร
ช่วงเริ่มต้นธุรกิจอาจใช้ระบบง่าย ๆ ได้ หากรายการยังน้อย แต่เมื่อเอกสารมากขึ้น มีสต๊อก มีหลายคนใช้งาน หรือข้อมูลจากฝ่ายขายกับบัญชีเริ่มไม่ตรงกัน ควรประเมินว่าถึงเวลาต้องใช้โปรแกรมที่เป็นระบบมากขึ้นหรือไม่
สิ่งสำคัญคือไม่ควรซื้อโปรแกรมเพราะเห็นว่าธุรกิจอื่นใช้ แต่ควรเลือกจาก Workflow และข้อมูลที่กิจการต้องใช้จริง
ข้อผิดพลาดที่ SME Startup เจอบ่อย
- ใช้เงินส่วนตัวกับเงินธุรกิจปะปนกัน
- เก็บเอกสารตอนปลายเดือนหรือปลายปี
- รู้ยอดขาย แต่ไม่รู้ต้นทุนจริง
- ดูเงินในบัญชีธนาคารเป็นกำไร
- ไม่ได้ติดตามลูกหนี้และเจ้าหนี้
- ไม่ตรวจยอดสต๊อก
- รอให้ใกล้ถึงกำหนดแล้วค่อยถามเรื่องภาษี
- ซื้อโปรแกรมก่อนวาง Workflow
- ไม่มีคนรับผิดชอบเอกสารที่ชัดเจน
- ใช้ข้อมูลบัญชีเพียงเพื่อยื่นภาษี แต่ไม่ได้ใช้บริหารธุรกิจ
เมื่อไรควรให้สำนักงานบัญชีช่วยดูแล
หากบริษัทเริ่มมีรายการจำนวนมาก มี VAT พนักงาน สต๊อก หรือเจ้าของใช้เวลาตามเอกสารจนกระทบงานบริหาร การใช้ผู้ช่วยด้านบัญชีอาจทำให้ระบบทำงานต่อเนื่องได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าของธุรกิจยังควรเข้าใจตัวเลขสำคัญของกิจการ ไม่ควรมอบเอกสารให้สำนักงานบัญชีแล้วรอเพียงยอดภาษีปลายเดือน
คำถามที่พบบ่อยเรื่องบัญชี SME Startup
SME ควรเริ่มทำบัญชีตั้งแต่เมื่อไร?
ควรเริ่มตั้งแต่เดือนแรกที่มีรายการ เพื่อให้เอกสาร รายรับ รายจ่าย และข้อมูลภาษีต่อเนื่องตั้งแต่ต้น
Startup ยังไม่มีรายได้ ต้องทำบัญชีหรือไม่?
หากเป็นนิติบุคคลยังอาจมีรายการเกี่ยวกับทุน ค่าใช้จ่าย ทรัพย์สิน หรือหนี้สินที่ต้องบันทึก จึงไม่ควรรอจนเริ่มมีรายได้แล้วจึงจัดระบบ
SME ทุกแห่งต้องจด VAT หรือไม่?
ไม่ทุกแห่ง ต้องพิจารณารายรับ ลักษณะกิจการ และเงื่อนไขยกเว้นที่เกี่ยวข้อง
มีโปรแกรมบัญชีแล้วไม่ต้องมีนักบัญชีได้ไหม?
โปรแกรมเป็นเครื่องมือในการจัดข้อมูล แต่การบันทึก ตรวจสอบ และดำเนินงานตามหน้าที่บัญชีและภาษียังต้องอาศัยความรู้และการตรวจสอบ
SME ควรดูตัวเลขอะไรเป็นประจำ?
อย่างน้อยควรรู้ยอดขาย ต้นทุน ค่าใช้จ่าย เงินสด ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สต๊อกถ้ามี และกำไรหรือขาดทุนโดยประมาณ
ธุรกิจเล็กไม่จำเป็นต้องคิดเล็กกับเรื่องบัญชี
วันที่ธุรกิจยังมีเอกสารไม่กี่ใบ คือวันที่วางระบบง่ายที่สุด ไม่ใช่วันที่ควรปล่อยทุกอย่างไว้ก่อนแล้วค่อยกลับมาแก้เมื่อบริษัทโต
หาก SME หรือ Startup เริ่มต้นด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ แยกเงินชัด เก็บเอกสารเป็นระบบ รู้ต้นทุน และติดตามตัวเลขสม่ำเสมอ การเติบโตจะไม่ทำให้หลังบ้านกลายเป็นภาระที่ตามไม่ทันหน้าบ้าน
เพราะธุรกิจที่พร้อมเติบโต ไม่ได้เริ่มจากการมีระบบที่ใหญ่ที่สุด แต่เริ่มจากการรู้ว่าเงินทุกบาท เอกสารทุกใบ และตัวเลขทุกชุดของกิจการกำลังบอกอะไรกับเจ้าของ
อยากให้ระบบบัญชีพร้อมก่อนธุรกิจ SME ของคุณโตขึ้น?
สำนักงานบัญชี พีทูพีดูแลงานบัญชี ภาษี และระบบหลังบ้านสำหรับบริษัท SME และ Startup เพื่อให้ข้อมูลพร้อมใช้และตรวจสอบได้ต่อเนื่อง
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc